ตลาดน้ำอัมพวา "ดีกว่าที่คิด"

ตลาดน้ำอัมพวา ออกเดินทางจากกรุงเทพด้วยเส้นทางถนนสายกาญจนาภิเษก กดที่นี่เพื่อดูเส้นทางการเดินทาง หากขับรถเองก็ไม่ควรใช้ความเร็วมากนัก เพราะเป็นต้นทางของเส้นทางสายหลักที่ใจสำหรับเดินทาง ลงสู่ภาคใต้ซึ่งมีรถมาก การเดินทางช่วงเช้าคนขับสบายเพราะไม่ถูกแดดใครพาแฟนไป ก็หาที่บังแดดไว้ที่กระจกซ้ายรถได้เลยจะได้ใช้ทั้งขาไปช่วงเช้าและขากลับช่วงบ่าย การเดินทางครั้งนี้ก็สะดวกใช้ได้มีป้ายบอกทางพอสมควร ไม่ต้องใช้แผนที่ก็คงจะไม่หลงทางกันหรอก (หลงก็ใช้ปากถามทางเอา) เมื่อเดินทางไปถึงจะมีที่จอดรถโดยรอบๆซึ่งทำไว้ดีกว่าตลาดน้ำทุกที่ๆเคยไปเลย แต่อย่าจินตนาการให้เลิศนักเลย ขากลับรถตากแดดร้อนจับจิตแน่ๆไม่ต้องห่วง อะ..ปิดกุญแจรถเรียบร้อยย้ายคณะเข้าไปกันเลย ทางเข้าเขามีหลายทางสุดแล้วแต่ว่าเราจะจอดตรงไหนเดินมั่วๆไปเถอะ แล้วจะถึงตลาดน้ำเอง พูดอย่างนี้ไม่ได้มั่ว เหตุเพราะว่าตลาดน้ำแห่งนี้ใหญ่ยาวมาก จะเดินไปตรงไหนก็ต้องเจอไม่หัวก็หางหรือกลางสุดแล้วแต่จะเจอก็มันส์ดีแบบนี้ ใครที่ชอบเที่ยวเชิงนี้ก็คงจะไม่เกี่ยงที่จะเดินสอดส่ายสายตาไปทั่วอยู่แล้วหล่ะมั้ง ร้านอาหาร 1 จุดที่ผมเข้าไปถึงน่าจะเป็นช่วงกลางๆ บริเวณนั้นก็มีร้านอาหาร เลือกเข้าร้านนี้เพราะว่ามันอยู่ใกล้ และมีไอติมรสชาติแปลกๆหลายรส คนมันบ้าไอติมทั้งทีไอแค็กๆมาเป็นอาทิตย์ ก็ยังไม่วายจะกิน ร้านนี้ชื่อ...เออ,ไม่รู้จริงๆ กินข้าวคลุกกะปิอย่างเดียวรองท้องไปงั้น... เรื่องความอร่อยของอาหารจานหลักคงแนะนำไม่ได้เพราะไม่ใช่นักชิมอาหาร แต่ไอติมอร่อยดี มีไอติมรสวาซาบิ ที่รสลงตัวดีเหมือนกัน กำลังคันคอเพราะคิดถึงพอดี บรรยากาศในร้านน่านั่งถ้าไม่นับรวมถึง อากาศ ที่ร้อนระอุ เพราะเมื่อเดินทางไปถึง เป็นเวลาบ่ายโมงพอดีๆ แสงแดดเผาดินกำลังได้ทีเลยแล้วร้านนี้ก็มีพัดลมตัวใหญ่ วางไว้เป็นจุดๆนะ แต่ไม่พอสู้กับแดด ใช้ไอติมสยบความร้อนภายในง่ายกว่า เมียผมคิดว่าลูกละ 7 บาท แต่พอรู้ว่าลูกละ 35 บาท กินอร่อยขึ้นเยอะ..??? หามุมนั่งกินไอติม เดินออกจากร้านมาพร้อมกับไอติมก็พอจะเย็นลงบ้างแล้วอากาศข้างคลองก็ดีกว่าในร้าน ทางเดินเท้าส่วนใหญ่ที่ติดคลองจะกว้างประมาณ 1.5-2 เมตร เดินกันระวังหน่อย แม้ว่าน้ำจะใสกริ้งเลยแต่ตกลงไปก็คงไม่สนุก ร้านอาหารที่นี่ก็มีหลากหลายมากกว่า ตลาดน้ำอื่นๆ เพราะมีทั้งแบบที่ได้พัฒนาแล้ว และแบบดั่งเดิม อาหารที่มีมาก เดินไปตรงไหนก็หากินได้ เห็นจะเป็นปลาหมึกย่างกับหอยเซลเผาน้ำจิ้มรสเด็ด เห็นแล้วยังไม่อยากกิน ก็เดินไปก่อนตรงไหนก็มี ไม่ต้องซื้อถือติดมือให้เมื่อย แล้วยังมีเสื้อผ้าขายสกรีนตัวหนังสือเป็นภาษาไทย เรียงกันเป็นคำพูดกวนตรีนเยอะ แนะนำว่าไปตั้งไกล ก็ช่วยกันอุนหนุนเค้าหน่อย แต่ผมไม่ได้ซืื้อหรอกนะผมกวนตรีนอยู่แล้ว นังเรือชมวิวสองข้างคลอง ลืมเล่าไปว่าครั้งนี้ไปเป็นหมู่ไม่ถึงกับคณะ คือไปผู้ใหญ่ 4 เด็กเล็ก 1 เด็กจิ๋วอีก 1 เราอายุไม่มากหรอกแต่ว่าขาดการดูแลสุขภาพเดินเหินก็เลยไม่คล่องเหมือนเด็กๆ เมียผมกับน้องปามมี่ อยากจะลงเรือชมวิว ซึ่งเข้าทางผมที่เป็นคนไม่ชอบเดิน shopping อยู่แล้ว เลยยกมือเห็นด้วย เราได้เช่าเหมาลำเรือหางยาวลำไม่เล็กไม่ใหญ่ มีที่นั่งประมาณ 6 ตอนๆนึ่งนั่ง 2 คนจะกำลังดี แต่เรานั่ง 6 คน นั่งชมวิวทิวทัศน์ข้างคลอง มีทั้งแบบอนุรักษ์และแบบ modern โดยส่วนตัวผมรู้สึกว่าคนระแวกนี้น่าจะมีความสุข กับการใช้ชีวิตแบบที่เป็นอยู่แบบง่ายๆ หาอาหารกินง่ายๆ และเป็นธรรมชาติ ถ้าไม่นับรวมข่าวโลกร้อนที่ทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นทุกปีๆ การนั่งเรือดูวิวน่าจะเป็นช่วง ที่ผมผ่อนคลายที่สุด(เว้นที่ต้องกอดไอ้ตัวยุ่งไว้ เพราะกลัวการลงเรือที่โครงเคร็งๆ) การชมวิวด้วยเรือใช้เวลาไม่น่าจะเกินครึ่งชั่วโมง สิ่งที่ผมไม่ได้เห็นตอนเดินส่วนของตลาดคือ บ้านพัก home stay ซึ่งมีหลายหลังที่น่าเข้าไปพักผ่อน มีทั้งแบบอยู่ในระแวกตลาด มีบริการนวด(มองขึ้นไปเห็นนวดกันมันส์เลย), แบบอยู่ทางต้นๆน้ำหน่อยจะอยู่โดดเดี่ยวๆหน่อย ก็น่าจะสงบดี เข้าไปพักคงจะได้ชีวิตแบบบ้านๆสงบๆถ้าตั้งใจจะไปสงบจิตสงบใจควรไปแบบหลัง เรายังได้เห็นชาวบ้านทางต้นๆน้ำใช้ชีวิตอย่างมีความสุขดี ที่คิดว่ามีความสุข เพราะเห็นรอยยิ้มของเขาเหล่านั้น อ่อที่ปลายตลาด, มีคนลงไปเล่นน้ำด้วย ผมก็ไม่รู้ว่าเล่นไปตามวิถีชีวิตปกติตรงนั้น หรือว่าเล่นเป็น theme เพื่อให้นักท่องเที่ยว ไ้ด้ in กับภาพที่เห็นหรือเปล่า เห็นมีคุนน้าคนนึงมาชีๆให้เล่นตรงนั้นตรงนี้ราวกับเป็น organizer จัดฉาก แต่ก็ได้บรรยากาศอยู่ดี น้ำใสน่าเล่นจริงๆ ลงไปว่ายคงจะสนุก แต่ถ้า กระโดดลงไปแล้วหายต๋อมแน่ๆ สักการะน้ำไม่เป็น เรือหางยาววนกลับมาจอดท่าเล็กๆท่าเดิมที่เราลง ตอนนี้เราต้องขึ้นหล่ะก่อนเขาจะไล่ พอขึ้นแล้วก็เดินไปกินขนมปังสังขยาที่เขาว่าอร่อยๆ ก็อร่อยนะผมเป็นคน ชอบกินขนมก็ว่าอร่อย แต่ไม่ใช่ว่าจะหากินไม่ได้ใน กทม. จริงๆแล้วคุณไปหา กินใน Lotus ยังมีอร่อยกว่านะ (แบบที่อยู่ในห่อมีขนมปัง 5 ลูก แล้วมีสังขยา ใส่ถ้วยไว้ตรงกลางเท่านั้นนะ) แต่การกินที่อัมพวา มันก็ได้อารมณ์ เพราะกินไปเที่ยวไปมันก็อร่อยเป็นทุน เด็กๆหมดแรง ผู้ใหญ่ขาอ่อน... ขากลับเดินทางออกมาตามป้ายก่อนถึงทางหลวงหมายเลข 35 ตามรายทาง จะมีร้านขายปลาทูคอหัก บ้านไหนชอบทำกับข้าวกินเองก็คงจะสนุกเหมือนกัน เพราะว่าราคาถูกเหลือเชื่อ ตลาดหน้าบ้านผมขายขนาดนี้เข่งละ 25 บาท แต่ว่าที่นั่นเขาขายให้มา 12 แข่ง 100 (พิมพ์ไม่ผิด) การเดินทางกลับกรุงเทพ เป็นไปโดยปกติมีลุ้นบ้างตามเส้นทาง เพราะคุณจะได้เจอคนขับรถงี่เง่าเป็นปกติ ก็ขอให้ระมัดระวังกันอย่ามัวแต่เม้าท์แตกหรือง่วงเพราะแดดแยงตาละกัน พลขับของเรา ตังค์ของเขา พลขับเรือชมวิว พี่ปาล์มมี่กับน้องเอ็มเอ็ม แอ็คท่าถ่ายรูปบนสะพาน แดดเปรี้ยง... พี่ปาล์มมี่กับน้องเอ็มเอ็ม แอ็คท่าถ่ายรูปบนสะพาน แดดเปรี้ยง... สองข้างตลิ่ง